posted on 25 Jun 2009 16:20 by sukoom2001
สิ่งที่พบ ก็คือ เป็น usb wireless ที่ราคาถูกสุดแล้วมั้งที่หาได้ (480 บาท ณ พันทิพประตูน้ำ)
แต่กลับมีสิ่งหนึ่งที่ผมใฝ่ฝันหา คือ เปลี่ยนเข้าสู่โหมด monitor ได้เลย โดยไม่ต้องลงไดร์เวอร์ใหม่ให้วุ่นวาย
เพียงแค่
sudo iwconfig wlan0 mode monitor
หรือ จะทำการสร้าง อุปกรณ์ mon0 เพื่อ monitor พร้อมกับเล่นเน็ตก็ง่าย
sudo airmon-ng start wlan0
ตัวชิปเซต บนอุปกรณ์เป็น Ralink 2573 ใช้ไดร์เวอร์ของ Ralink rt73usb
ซึ่งใช้งานได้ทันทีไม่ต้องทำอะไรอีก ใน 9.04
สรุป
ว่า จัดว่า สุดยอดครับ ประกัน lifetime ทั้งถูก ใช้ได้ทันที เข้าโหมด
monitor ง่ายไม่งอแง มีข้อตินิดเดียวคือ ร้อนเร็วไปนิด
แต่ถือว่ารับได้ครับ กับของราคานี้
*** ไม่ได้เป็นการโฆษณา ผมไม่ได้รับเงินแต่ประการใดครับ *********
posted on 27 May 2009 06:54 by sukoom2001
วันนี้ตอนเช้า ต้องเข้าเว็บ www.grad.chula.ac.th
พบหน้าตาดังนี้
ไม่มีคำบรรยาย
posted on 23 May 2009 01:05 by sukoom2001
วันก่อน เป็นวันเกิดผมเอง แต่ที่ขอบคุณช้าเพราะรูปได้มาช้าอะนะ โทษที พวกเพื่อนของกระผมได้กรุณาผมกระผมไปกินอาหารกัน อย่างสนุกสนาน
ความจริงต้องท้าวความก่อน นะครับ ผมเนี่ยชอบคิดเสมอเลยว่า วันเกิดผมเนี่ย อยู่ผิดช่วงเวลาเพราะจะเกิดช่วงหลังปิดเทอมใหญ่ ช่วงก่อนเปิดเทอม พอดี คือช่วงที่ค่าย ต่าง ๆ เริ่มหยุด คนส่วนใหญ่จะอยู่บ้าน ยิ่งที่บ้านของตัวกระผมเอง ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับวันเกิดเท่าไหร่ ก็เลยเป็นว่า งานวันเกิดที่ผมจำได้ครั้งแรกก็ตอนเรียนปี สองเข้าไปแล้ว
ถึงแม้ครั้งนี้จะมิใช่ครั้งแรก แต่สำหรับกระผมแล้ว มันก็มีความสำคัญมาก ๆ จำได้ว่า วันนั้น ผมคิดว่าคงเป็นวันเกิดธรรมดาเหมือนทุกปี คืออยู่คนเดียวเป็นส่วนใหญ่ เช้าก็ไปดูหนัง ที่ siam dis มั้งแล้วก็นั่งอ่านหนังสือที่พารากอน หาความสุขเท่าที่คนเดียวจะทำได้
เย็นวันนั้น มีเพื่อนโทรมา บอกว่าจะไปเลี้ยงกัน ผมก็รู้สึกดีใจจนออกนอกหน้าเลยทีเดียวครับ เพราะไม่คิดว่าเพื่อนมันจะจำได้ด้วย TT
รูปห่วยไปนิด ครับ เป็นกล้องเพื่อนครับ ไม่แน่ใจว่ามือถือป่าว
ที่เด็ดสุด คือ เค้กครับ ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ผมไม่ชอบเค้ก ที่มีครีม มาก ๆ เพราะแหยะ ๆ และไม่ชอบ สตอเบอรี่ด้วย ซึ่งคงมีไม่กี่คนหรอกครับ ที่จำได้ว่าผมไม่ชอบ ผมคิดว่ามันอร่อยมาก ๆ เลยนะครับ
จำได้ว่าวันนั้น ผมคิดว่า ผมโชคดีแล้วครับ ที่ได้มารู้จักเพื่อนพวกนี้
ถ้าพวกมันไม่บอกว่า เพราะที่ร้าน มีแต่เค้ก รสนี้อะนะ
ขอบคุณ พ่อ แม่ ที่เลี้ยงดู เป็นที่พึ่งพิงแก่ผมมาตลอดมาจนผ่านไปอีกปีได้
ขอบคุณ แจ้ โจ๊ก พี่ต้น ต้อง ไอซ์ ท๊อป หมี สำหรับงาน
ขอบคุณ นก น้ำอ้อย จิ๋บ จอย mm เจน โจ้ วรรณ ที่จำกันได้
ปล ผมดูภายนอก เป็นคนเครียด ๆ นะ แต่ จริง ๆ แล้ว เป็นคนอ่อนไหวนะ TT ไม่รู้ปีหน้า จะเหลือเพื่อนเราที่เจอกันได้อีกซักกี่คน
posted on 23 May 2009 00:17 by sukoom2001
โดยปรกติ stardict จะมีการใช้ tts อ่านออกเสียงคำศัพท์ได้นะครับ อาจจะใช้ festival หรือ espeak ก็ตามแต่ แต่เสียงห่วยมาก ๆ
พบว่า มีโปรแกรมนึงคือ Lingoes ใช้ไฟล์เสียงของ Longman ได้ซึ่งเสียงดีกว่า จึงนำมาไฟล์เสียงนั้นมาโมสำหรับ stardict ซะ
ไฟล์เสียง โหลดผ่าน ed2k โดยใช้ amule หรือ emule ในหน้าเว็บของ lingoes
http://www.lingoes.net/en/translator/speech.htm
ไฟล์ที่ได้มาจะเป็นไฟล์ mp3 ที่ถูกบีบอัดไว้
คลายบีบอัดออกมาใน directory ซักอันนึง เช่น /home/me/sound
เขียนสคริป นี้
#!/bin/bash
TTS_PATH="/home/sukoom/me/LongmanUS"
WORD=`echo $* | tr A-Z a-z`
for WORD2 in $WORD
do mpg123 ${TTS_PATH}/${WORD2:0:1}/${WORD2}.mp3
done
ตั้งชื่อไฟล์เป็น voiceUS.sh
$chmod +x voiceUS.sh
ทดลองรัน
$./voiceUS.sh dog
ควรมีเสียงอ่านออกมา ถ้าไม่มี ตรวจว่าลง mpg123 แล้วยัง หรือตรวจ path
set command line tts ใน stardict เป็น /home/me/voiceUS.sh %s
หวังว่าจะใช้ได้
posted on 22 May 2009 02:23 by sukoom2001
พอร์ท ฐานข้อมูลของ dictionary ไปยัง stardict
เนื่องด้วย ซื้อมาแล้วใช้ใน Linux ไม่ได้
1. Loy 2008 เป็น mdb database มีคน นำไปลง babylon แล้วด้วยครับ
ฐานข้อมูล ได้ 99% เสียง 100%
2. Sor ของ Thai software own file
ฐานข้อมูล ได้ 80% เสียง 90%
3. Dr Wit ของ populardictionary
ฐานข้อมูล ได้ 99% เสียง 0%
สียังเพี้ยน ๆ นะ
ดูรูปละกัน
posted on 08 May 2009 23:20 by sukoom2001
วันนี้อ่านการ์ตูนเรื่องหนึ่ง เจอปัญหาหนึ่ง ชอบมากนึกถึงความหลัง
1 . ถ้า แมวสามตัว จับหนูสามตัว เสร็จในสามนาที แล้วจะต้องใช้แมว อย่างน้อยที่สุดกี่ตัว จึงจะจับหนู 300 ตัวเสร็จใน 300 นาที
2. ถ้า แมวสามตัว จับหนูสามตัว เสร็จในสามนาที แล้วจะต้องใช้แมว อย่างน้อยที่สุดกี่ตัว จึงจะจับหนู 100 ตัวเสร็จใน 100 นาที
ทิ้งไว้ก่อนค่อยมาเฉลย จะเฉลยใน 48 ชั่วโมงนะถ้ามีคนตอบนะ
เพิ่มเติม ถ้าลองเปลี่ยนปัญหานี้เป็นแบบนี้หละ จะง่ายขึ้นป่าว
3. ถ้า แมวหกตัว จับหนูหกตัว เสร็จในหกนาที แล้วจะต้องใช้แมว อย่างน้อยที่สุดกี่ตัว จึงจะจับหนู 29 ตัวเสร็จใน 29 นาที
posted on 04 Mar 2009 13:19 by sukoom2001
router RTA 7020
สามารถถูก ขโมย login name กับ password ของ ADSL ได้โดยง่าย
เพราะ มีการเปิดพอร์ท 23 ของ router ไว้
โดยไม่ต้องการ user name ต้องการแค่ password
โดย คำสั่ง show all
ทางแก้ ให้ระวัง password default ไว้ให้ดี *คนส่วนใหญ่ทำไมไม่เปลี่ยน passwordฟะ
check router ของคุณโดยการ
$telnet 192.168.1.1 23
โดยแทนที่ 192.168.1.1 เป็น ip ของ router แล้วกรอก default password : TTT 1234 123456 admin root อย่างใดอย่างหนึ่งลงไป
ถ้าเข้าได้
อันตรายแล้วนะให้เปลี่ยน password ใหม่
ตัวอย่าง ผลลัพท์ของ show all
RemoteNode = 0
Rem Node Name = Node1(ISP)
Encapsulation = PPPoE
Multiplexing = LLC-based
Channel active = Yes
VPI/VCI
value = 0/33
IP Routing mode= Yes
Bridge mode = No
PPP
Username = xxxx66xx@indy
PPP Password = x84mxxxx
*จากการทดสอบแบบสุ่มกับ ไอพีของ maxnet เกือบสิบ ไอพี 3 -4 เครื่องจะถูกเข้าได้นะ*
*แนะนำไปใช้รุ่น SmartAX MT880 แทน เพราะ มันจะไม่แสดง password*
posted on 05 Dec 2008 14:48 by sukoom2001
จากที่ผมเคยกินโจ๊กมาก็หลายร้าน หลายยี่ห้อ หลายที่ เคยเห็นโจ๊กหลายร้าน ยังไม่เข้าถึงความเป็นโจ๊ก ยังสับสนระหว่าง ข้าวต้ม โจ๊ก และแป้งเปียกว่าแตกต่างกันอย่างไรอยู่
ซึ่งถ้าต้องนิยามกันแบบชัดเจน ประมาณว่า ดาวอะไรมั่งเป็น พลูตอยเนี่ย ผมจะนิยามได้ดั่งนี้
นิยามจาก ลักษณะของเมล็ดข้าว
- ข้าวต้ม เม็ดข้าวต้องแตก แต่ยังคงสภาพเกาะกันเป็นเม็ดได้อยู่
- โจ๊ก เม็ดข้าวต้องแตกจนไม่เหลือสภาพความเป็นเม็ด แต่ยังไม่เล็กพอที่จะจับตัวกันเป็นก้อนได้
- แป้งเปียก อนุภาคของข้าวต้อง เล็กพอที่จะจับตัวกันเป็นก้อน เพื่อสร้างแรงยึดเหนี่ยวระหว่างกันไว้ได้
จากที่ผมเห็นคุณพี่ต้น กล่าวถึงโจ๊กที่เพชรบุรี ซอย 5 ร้านในตำนานที่ผมกล่าวนั้น ผมเองหละ ที่เป็นคนบรรยายคำพูดไว้ แต่ผมบอกงี้นะ
โจ๊กร้านนี้อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา และอาจเรียกได้ว่าเป็นโจ๊กในตำนานก็ได้ เพราะไม่ข้นจนเกินไปเหมือนแป้งเปียก และไม่เหลวจนเกินไปเหมือน น้ำซาวข้าว เม็ดข้าว มีความละเอียกกำลังดี ไม่เละน้อยไปเหมือนข้าวต้ม หรือไม่เละมากไป เหมือนเอาแป้งมาแช่น้ำ จัดว่าเป็นร้านที่เข้าใจความต่างระหว่าง ข้ามต้ม โจ๊ก และ แป้งเปียก ได้เป็นอย่างดี
ส่วนน้ำซุปที่ใช้ต้มโจ๊กนั้น เป็นน้ำซุปกระดูกหมู ที่ได้ความหอมหวานจากน้ำไขสันหลังของหมูอย่างพอเหมาะ จัดว่าเป็น ร้านโจ๊กร้านเดียวใน เพชรบุรี ซอย 5 ที่กินแบบไม่ใส่อะไรเลย(โจ๊กเปล่า) แล้วมีรสชาติอร่อย
ถ้าอยากจะบรรยายรสชาติความอร่อยของโจ๊กร้านนี้ละก็ ต้องพูดว่า ตั้งแต่ผมเกิดมาจนถึงอายุป่านนี้แล้วไม่เคยได้กินโจ๊กที่ไหนอร่อย และมีความเป็นโจ๊กมากเท่าร้านนี้เลย
ผมยังนึกถึงรสชาติอันหอมหวาน ชิ้นหมูสับที่ นุ่มกำลังดี เนื้อโจ๊กที่ไม่เละเกินไป มีอะไรพอให้พันกัดแทะมั่งแต่ก็ละลายในปาก ของร้านนี้เสมอ ในช่วงเช้าของวัน
ปล ไม่ได้ค่าโฆษณานะ แต่อร่อยจริง อยู่ตรง หน้าร้านการ์ตูน ใน เพชรบุรี ซอยห้า ใกล้ปากซอย
ขอยืมภาพประกอบมาจากพี่ต้นนะครับ
posted on 17 Nov 2008 14:28 by sukoom2001
พึ่งสอบหัวข้อวิทยานิพนธ์เสร็จ เฮ้อเหนื่อยใจเหนื่อยกาย ยังเหลือแก้อีกนิดหน่อย
จริง ๆ แล้วสงสัยว่าการสอบหัวข้อวิทยานิพนธ์คืออะไรกันแน่ ระหว่าง
- บอกให้คนรู้ว่าคุณอยากทำอะไร เพราะอะไร แล้วทำแล้วมันดีกว่าคนที่เคยทำมาแล้วยังไง (future)
- บอกให้คนรู้ว่าตอนนี้คุณกำลังทำอะไรอยู่ และถ้าเสร็จแล้วจะเป็นยังไง ดีกว่าของที่คนอื่นเคยทำ อย่างไร (simple)
- บอกให้คนรู้ว่าคุณได้ทำอะไรไปแล้วมั่ง กำลังจะทำอะไรต่อไป ผลลัพธ์ได้ยังไง คาดหวังไว้ว่าอะไร และดีหรือแย่กว่าคนอื่นยังไง (past)
ทั้งสามเรื่อง นี้ต่างกันแค่ เวลาของเหตุการณ์
ตามความเข้าใจของผมในตอนแรกนั้นการสอบหัวข้อนั้นตอนแรกผมเข้าใจว่า คือ 1 หรือ ไม่ก็ 1 ถึง 2
คือตอนนี้อาจจะเริ่ม ทำไปนิด ๆ แล้ว หรืออาจจะแค่เป็นการศึกษาความเป็นไปได้
แต่ความจริงแล้ว หลังจากผ่านการสอบถามอาจารย์ และผ่านการสอบมา พบว่า สิ่งที่ผมเข้าใจนั้นผิดพลาดไปพอสมควร มันกลับกลายเป็น 2 ถึง 3 กับ สาม คือ กลายเป็นว่าผมต้องทำงานชิ้นนั้นไปแล้วร่วม ๆ 70-80 % แล้วนี่หว่า ถึงมานำเสนอ หัวข้อเนี่ย แล้ว จะมาเสนอหัวข้อทำอะไรอีกฟ่ะ ก็ทำไปจะเสร็จอยู่แล้วนี่หว่า
อืม หรือว่าจริง ๆ แล้วมันก็เป็นแบบนี้ ผมเข้าใจผิดไปเองคนเดียว หรือ ที่ว่าเสนอ proposal นี่ควรเสนอก่อนทำ หรือ ช่วงอยู่ในระหว่างทดสอบความเป็นไปได้
หลังสอบเสร็จ ยังคงงงกับการคาดหวังของกรรมการ ว่าต้องการอะไร ระหว่าง ดูความเป็นไปได้ และประโยชน์ของโครงการ หรือ ดูความคืบหน้า ของโครงการ(เพื่อดูว่าเสร็จทันหรือไม่)
ปล ไม่เป็นไร กรรมการว่าไร ก็ว่าตามนั้น เค้าก็ให้ผ่านไปแล้วนี่หว่า จะบ่นไรอีกว่ะ
posted on 13 Nov 2008 12:52 by sukoom2001
ความจริงผมใช้ ubuntu linux 8.10 เป็นหลักนะ
และโปรแกรมที่จะพูดตอนนี้จะเป็น
โปรแกรมฟังเพลงในลักษณะที่เป็นโปรแกรมจัดการ List (music play list
manager) เพลงด้วยซะมากกว่า และต่อเชื่อกับอุปกรณ์เล่นเพลงพวก ipod ได้ด้วย คล้าย ๆ กับโปรแกรมพวก itune ทำนองเนี้ย
ไม่ใช่ประเภทเดียวกับ winamp นะ พวกนั้น มันฟังเพลงเฉย ๆ
ส่วนใหญ่ที่ผมใช้ก็มีอยู่ด้วยกัน สามตัวดังนี้
- Rhythmbox กล่องดนตรี จาก Gnome
- Banshee ผีน้อย จาก mono
- Amarok หมาป่า จาก kde
สามตัวนี้เป็นโปรแกรมฟังเพลงยอดฮิตในตอนนี้ ที่มีลักษณะเป็น
โปรแกรมจัดการรายการเพลงในตัวที่มีฟีเจอร์ครบครันกันเลยทีเดียว
มาดูแต่ละตัวกันก่อนเลย
Rhythmbox
เป็นโปรแกรมที่แถมมากับ Gnome แต่ลูกเล่นไม่ได้น้อยเลยทีเดียว
มีระบบค้นหา Lyrics และ ปก cd เพลงให้ด้วย พร้อมทั้ง plugins
ที่มีมาให้พอสมควร ต่อกับ ipod ได้ และทำการฟังเพลงออนไลน์ได้ ใช้ Last.fm
ได้ทันที
ข้อดี
- มากับ Gnome เลย
- ระบบค้นหา ปก cd ทำได้ดีพอสมควร แต่ง่าย มาก ๆ (คือมันทำเองหมดไม่ถามอะไรเราเลย)
- มีระบบค้นหา lyrics ที่ใช้ง่าย แต่เจอมั่งไม่เจอมั่ง
- ปก cd ดูรูปใหญ่ได้
ข้อเสีย
- แก้ id3 tag ไม่ได้
- ถ้าหา lyrics ไม่เจอ จะเงียบไปเลย
- ไม่มีข้อมูลเพลงอย่างอื่นให้
สรุป เรียบง่าย พอเพียง เหมาะใช้ฟังเพลงเท่านั้น ไม่เหมาะใช้หาข้อมูลเพลงด้วย
Banshee
เป็นโปรแกรมคู่บารมีของ mono project
เขียนขึ้นมาด้วย c# ใช้การแสดงผลด้วย gtk มีลูกเล่นมาก มาย หลายอย่างทั้ง
แสดงปก cd แก้ id3 tag มีระบบตรวจ recommended artist คล้าย ๆ กับของ
last.fm คือจะแสดงชื่อนักร้องและรูป
ที่มีลักษณะเพลงคล้ายกับที่กำลังฟังปัจจุบัน รวมถึงมีข้อมูลอันดับเพลงฮิต
ของคนที่เรากำลังฟังด้วย ซึ่งข้อมูลเกือบทั้งหมดจะมาจาก mono project
เขียนขึ้นมาด้วย c# ใช้การแสดงผลด้วย gtk มีลูกเล่นมาก มาย หลายอย่างทั้ง
แสดงปก cd แก้ id3 tag มีระบบตรวจ recommended artist คล้าย ๆ กับของ
last.fm คือจะแสดงชื่อนักร้องและรูป
ที่มีลักษณะเพลงคล้ายกับที่กำลังฟังปัจจุบัน รวมถึงมีข้อมูลอันดับเพลงฮิต
ของคนที่เรากำลังฟังด้วย ซึ่งข้อมูลเกือบทั้งหมดจะมาจาก last.fm ซึ่งเรากดเข้าไปดูได้
ข้อดี
- แก้ id3 tag ได้
- ระบบค้นหา ปก cd ทำได้ดีมาก ๆ และง่ายด้วย
- ระบบ recommended ทำให้หาเพลงอื่นมาฟังเพิ่มได้ง่าย
- คลิกเพื่อดูข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตผ่าน browser ได้
ข้อเสีย
- ไม่มีระบบ lyrics
- รูปปก cd เล็ก
- ใช้แหล่งข้อมูลจาก last.fm แหล่งเดียว
สรุปว่า ลงตัวที่สุดเหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการ lyrics
จัดการง่าย ฟีเจอร์ที่ควรมีก็มี ยังต้องการอะไรอีก
จัดการรายชื่อเพลงก็ง่าย สุด ๆ ข้อมูลเพลงก็ลิงค์มาให้ได้
Amarok
โปรแกรมฟังเพลงที่ดีที่สุด บน kde มีฟีเจอร์เยอะสุด ๆ หาไม่ได้ที่อื่น
ทั้ง ระบบ lyrics ที่อัจฉริยะสุด ๆ ระบบ ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเพลงที่ยอด
มาก ๆ ระบบรูป ปก cd ที่เราเลือกได้ ระบบแก้ id3 tag
ข้อดี
- ระบบ lyrics ดีที่สุดที่เคยเห็น ถ้าหาเจอ แสดงอัตโนมัติ หาไม่เจอ search google แสดงให้เราเห็นและแสดงผลได้อยู่ดี
- ระบบค้นหา ปก cd ทำได้ดี ที่สำคัญคือ เราเลือกได้เองด้วย
- ระบบข้อมูลนักร้อง ละเอียดมาก ๆ คือ มันเอา wiki มาขึ้นเลย ทั้ง อัลบั้ม ชื่อ ประวัติ หมดทุกอย่างแล้ว
- คลิกเข้าถึง cddb ของ music brain ด้วย
ข้อเสีย
- ระบบจัดการ list เพลงวุ่นวายมาก
- รูปปก cd เล็ก
- ระบบ fade เพลงน่ารำคาญสุด ๆ
สรุป มันเป็นสารานุกรมเพลงนี่หว่า เหมาะกับการใช้ค้นหาข้อมูลเพลงแทน การ search ด้วยตนเอง ไม่เหมาะกับการฟัง
ปล. แสดงชื่อไทยได้ถ้า เป็นแบบ utf-8
ที่มา